วัตถุมงคล: พระเครื่องเกจิอาจารย์สายภาคอีสาน
พระปิดตางอแกะ ฐานผ้าทิพย์ สาธุใหญ่จันเพ็ง วัดผานม สปป.ลาว ราวปี ๒๔๙๘  14-03-2568 เข้าชม : 32 ครั้ง |
| [ ชื่อพระ ] พระปิดตางอแกะ ฐานผ้าทิพย์ สาธุใหญ่จันเพ็ง วัดผานม สปป.ลาว ราวปี ๒๔๙๘ | [ รายละเอียด ] พระปิดตางอแกะ ฐานผ้าทิพย์ (จารอักขระขอมลาว) สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร วัดผานม หลวงพระบาง สปป.ลาว ราวปี ๒๔๙๘
(ພຣະປິດຕາຖານຜາທີບ ແກະຈາກງາສະເດັນ ສາທຸໃຫ່ຍຈັນເພັງ ຈັນທະສາໂຣ ວັດຜານົມ)
สุดยอดพระปิดตาปรมาจารย์ยุคโบราณลาว ขนาดประมาณ 2.5x3.5x0.5 ซม. เอกลักษณ์การแกะช่างลาว ชัดเจน ศิลป์รูปแบบการแกะในสายท่าน จารอักขระขอมลาว เป็นพระปิดตามหาอุตม์ผิวหิ้วหิ้งงดงามด้วยพุทธศิลป์
เกจิอาจารย์ใหญ่แห่งเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ท่านมีความชำนาญทั้งในด้านวิชาโหราศาสตร์ ไสย์ศาสตร์และแพทย์แผนโบราณ วัตถุมงคลที่ชึ้นชื่อของท่านคือราหูแกะจากกะลาตาเดียวอ ถือว่าที่เมืองหลวงพระบางนี้ เป็นต้นกำเนิดวิชาสายนี้มาหลายร้อยปีก่อนถ่ายทอดสู่นครหลวงเวียงจันทร์มาตั้งแต่สมัยที่เป็นอาณาจักรล้านช้างแล้วผ่องถ่ายมายังอาณาจักรล้านนาของไทย
การสร้างวัตถุมงคล แต่ละครั้งสาธุใหญ่จันเพ้ง ท่านจะกำหนดถือฤกษ์ยาม โดยช่างแกะสลักก็ต้องถือศีลให้บริสุทธิ์ก่อนเป็นระยะเวลาตามกำหนด จึงจะลงมือแกะได้ มีการกำหนดฤกษ์ยามในการปลุกเสกเพราะท่านเชี่ยวชาญร่ำเรียนด้านฤกษ์ยามโหราศาสตร์ ไสย์ศาสตร์ พิธีการทุกขั้นตอนตามตำราโบราณ วัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้ จึงมีอานุภาพพุทธคุณสูงส่งยิ่ง หายากยิ่ง เพราะเป็นงานทำมือแกะมือแฮนด์เมด เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวเฉพาะตัวไม่ซ้ำกันตามจินตนาการผู้รังสรรค์งาน และวัสดุที่นำมาสร้างจะหาได้ในท้องถิ่นลาวในยุคสมัยโบราณ ตามแต่ละชนิดที่หาได้ ล้วนแต่เป็นวัสดุมงคลอาถรรพ์ที่หายากทั้งสิ้น
ท่านสาธุใหญ่จันเพ้ง จันทะสาโร พระเถราจารย์ใหญ่ แห่งประเทศลาว ผู้มีอภิญญาสูงส่ง ยิ่งใหญ่ พลังจิตท่านแก่กล้ายิ่งนักผู้ทรงคุณวิเศษเหนืออภิญญาทั่วไปมีอำนาจพลังจิตลึกล้ำอยากหยั่งถึง ถือเป็นพระมหาเถรองค์สำคัญของฝั่งลาวซึ่งสำนักวัดผานมเป็น หนึ่ง ใน สาม ตักศิลาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศลาว วัตถุมงคลท่านมีพุทธคุณอันก่อเกิดอภินิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าเหนือกว่าอื่นใด เป็นที่เล่าลือถึงอิทธิปาฎิหาริย์ เป็นหนึ่งในปฐพีไม่เป็นสองรองใคร และหาได้ยากยิ่ง ใครๆ ก็ปรารถนาครอบครอง เล่าลือกันว่าท่านสามารถพลิกดวงชะตาที่ตกต่ำของคนให้รุ่งเรืองได้อย่าน่าอัศจรรย์ ดังนั้นวัตถุมงคลท่านจึงไม่ธรรมดา เป็นสิ่งวิเศษหายากยิ่ง อีกหนึ่งของดี ที่นานๆจะพบ หายากน่าเก็บ น่าใช้อีกละคราฟ
*************************************************************************************************************************************
สาทุจันเพ็ง จันทสาโร หรือ สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาระมหาเถระ อดีตเจ้าอธิการวัดป่าผานม ท่านเป็นเกจิอาจารย์ผู้มีความชำนาญทั้งในด้านวิชาโหราศาสตร์ ไสย์ศาสตร์และแพทย์แผนโบราณ แห่งหลวงพระบาง สปป.ลาว
สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร ท่านถือกำเนิดเมื่อเดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2443 หรือ ปี ค.ศ.1900 ณ บ้านนาแดด เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ตามประวัติกล่าวว่า บิดา-มารดาของท่านเป็นชนเผ่าไทลื้อ ไตลื้อ หรือ ชาวลื้อ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านได้อพยพมาจากเขตสิบสองปันนา
เมื่อมีอายุครบ 15 ปี ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปศึกษาร่ำเรียนทางด้านพระปริยัติธรรม ที่จังหวัดลำปาง ประเทศไทย และได้อุปสมบท ณ ที่นั่น โดยไม่ปรากฏชื่อวัดและพระอุปัชฌาย์ ทราบเพียงว่าหลังจากเป็นพระภิกษุแล้ว ได้จำพรรษาและศึกษากัมมัฏฐานที่วัดนั้นเป็นเวลาพอสมควร
จากนั้นกราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อออก เดินรุกขมูลเจริญกัมมัฏฐานไปในป่าเพียงลำพัง โดยมุ่งหน้ากลับคืนสู่ภูมิลำเนาเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
หลังจากนั้นด้วยเหตุใดไม่ทราบ ไม่ปรากฏข้อมูล ท่านได้ลาสมณเพศไปเป็นคฤหัสถ์ ชีวิตสมรส ท่านได้แต่งงานมีครอบครัวกับสาวคนบ้านซาด บ้านนาเดือย ต่อมาภรรยาของท่านได้คลอดลูกแล้วเสียชีวิต ทำให้ท่านเห็นภัยในวัฎฏสงสารเห็นภัยที่เกิดจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ขึ้นมา ทั้งยังเกิดความสลดสังเวชใจเป็นอย่างยิ่งว่า กายของคนเรานี้เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี เป็นรังแห่งโรคเป็นที่เกิดแห่งทุกข์ เมื่อตระหนักได้ดังนั้น สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร ท่านจึงตัดสินใจกลับเข้าสู่เพศบรรพชิตอีกครั้ง โดยตั้งใจปฏิบัติธรรมเรื่อยมา โดยได้จำพรรษา ณ วัดสังคะโลก ขณะนั้นวัดผานม ซึ่งเป็นวัดบ้านของคนเผ่าไทลื้อ ไตลื้อ หรือ ชาวลื้อ ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เลย บรรดาชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์ท่านสาทุจันเพ็ง จันทสาโร มาจำพรรษาที่วัดผานม
สาธุจันเพ็ง จันทสาโร ท่านได้นำคณะพระสงฆ์สามเณรและชาวบ้านก่อกำแพงวัดด้วยดินเผาจนแล้วเสร็จ ดินเผาที่เหลือจากการก่อกำแพงวัด ท่านได้นำมาก่อสร้างเป็นกุฏิแบบลาว-ฝรั่งประยุกต์ โดยได้ต้นแบบมาจากท่านสาธุใหญ่คำฝั้น สิระสังวะระมหาเถระ วัดสุวันนะคีลี หลวงประบาง ประเทศลาว ซึ่งเป็นหลังที่ 2 ที่วัดผานม และหลังที่ 3 ที่วัดเซียงเงิน สาธุจันเพ็ง จันทสาโร ท่านได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ สิม โบสถ์หรือพระอุโบสถ ของวัดผานมโดยยกให้สูงขึ้นจากเดิม
สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาระมหาเถระ เป็นพระที่มีเชื้อสายไทลื้อ มีความรู้ความชำนาญในด้านงานช่าง ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์ วัดวาอาราม พระพุทธรูป แต่คนทั่วไปในสมัยนั้นและปัจจุบัน รู้จัก ท่านสาธุจันเพ็ง จันทสาโร เพราะท่านมีชื่อเสียงทางด้าน เป็นพระเกจิที่มีคาถาอาคม มีความชำนาญทั้งในด้านวิชาโหราศาสตร์ ไสย์ศาสตร์และแพทย์แผนโบราณ
ผลงานของท่านเมื่อสมัยยังดำรงขันธ์อยู่นั้น สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร ท่านเป็นผู้ช่วยคอยควบคุมการบูรณะพระธาตุหมากโม วัดวิซุนนะราช หลวงพระบาง , บูรณะพระเจ้าแสนสุก วัดแสนสุขาราม หลวงพระบาง ,สร้างพระเจ้าองค์หลวง วัดธาตุหลวง และอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน
สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ ณ วัดผานม หลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อปี ค.ศ.1978 วันศุกร์เดือนแปด หรือ ตรงกับวันศุกร์ที่ 21 กรกฏาคม พ.ศ.2521 สิริอายุรวม ได้ 77 ปี 7 เดือน 17 วัน
ด้าน วัตถุมงคล ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายอย่าง ให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาที่ใกล้ชิด ชาวบ้านใกล้เคียง รวมไปถึงบรรดาข้าราชการทหาร ตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้น เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งสมัยนั้นประเทศลาวอยู่ในยุคสงคราม ในการสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้งของ ท่านสาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร นั้นบางครั้งท่านก็ทำและปลุกเสกเพียงลำพังองค์เดียว แต่บางครั้งก็ร่วมกันสร้างและปลุกเสกร่วมกันหลายคณาจารย์ กับสาธุใหญ่หลายๆองค์ในหลวงพระบางสมัยนั้น อาทิ สาธุใหญ่คำฝั้น วัดคีลี, สาธุใหญ่พูมมี วัดหนองสีคูนเมือง, สาธุใหญ่คำพัน วัดโคมขวาง ที่กล่าวมานี้เป็นคณาจารย์ ที่ได้ร่วมปลุกเสกวัตตถุมงคลร่วมกันกับท่าน สาทุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร เป็นประจำ นอกจากนี้ก็ยังมีสาธุใหญ่องค์อื่นๆ ที่ยังไม่ได้เอ่ยนาม
สำหรับมวลสารต่างๆ ที่ ท่านสาทุจันเพ็ง จันทะสาโร นำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลของท่านในสมัยนั้น มีมากมายหลายอย่าง เป็นต้นว่า การเขียนผง ลบผงใส่กระดานดำ เป็นผงพุทธคุณเป็นส่วนผสมหลัก หรือเรียกว่าเป็นผงวิเศษก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังได้ผสมว่านยาต่างๆ ตามสูตรของท่าน รวมไปถึงไม้มงคลต่างๆ ที่ผสมลงไปเช่นกัน ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นป่าช้างดงเสือ มวลสารต่างๆจึ่งหาได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็น กฤษณา, กาฬพฤกษ์, ใกล้แสงเทียน และอื่นๆ ตามสูตรและกรรมวิธีของท่าน ที่สำคัญคือ ฤกษ์พานาทีไม่ให้มีการคลาดเคลื่อนเด็ดขาด
นอกจากพระผงต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ท่านสาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร แล้ว สุดยอดวิธีการสร้างเครื่องรางของท่านนั่นคือ ยันต์น้ำ (ตะกรุดใต้น้ำ) กล่าวคือในปีหนึ่งๆ จะทำได้เพียงครั้งเดียว และในแต่ละครั้งไม่เกิน 10 ดอก เท่าที่ปรากฏมีเนื้อทองคำ เงิน ทองเหลือง ทองแดง ซึ่งยันต์้น้ำนี้ กรรมวิธีการสร้างจะต้องลงไปจารอักขระอยู่ในน้ำ ในวันขึ้น 15 ค่ำเท่านั้น และจะต้องมีพระเกจิคณาจารย์นั่งปรกป้องกันอีก 4-5 องค์ เมื่อจารอักขระเสร็จจึงยื่นขึ่นมาให้ถือเป็นอันว่าใช้ได้ ตามประวัติเล่าว่า สาธุใหญ่ ที่เคยลน้ำจารอักขระ ยันต์น้ำ ในสมัยนั้น มีเพียง สาทุใหญ่จันเพ็ง วัดผานม และ สาทุใหญ่คำพัน วัดโคมขวาง เท่านั้น ส่วนสาธุใหญ่องค์อื่นๆ เพียงนั่งปรกสวดป้องกันเท่านั้น
วัตถุมงคล ที่ชึ้นชื่อของ ท่านสาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร วัดผานม อีกอย่างหนึ่งนั้นคือ ราหูแกะจากกะลาตาเดียว ทาทอง จารอักขระลาว ทั้งหน้าและหลัง (เหตุใดจึงต้องเป็นกะลามะพร้าว เพราะราหูชอบสีดำ อีกทั้งกะลาตาเดียวยังเป็นวัตถุอาถรรพ์) ถือว่าเป็นสุดยอดวิชาของท่าน ที่สืบทอดมาแต่สมัยโบราณ และที่เมืองหลวงพระบางนี้ เป็นต้นกำเนิดวิชาสายนี้มาหลายร้อยปี ก่อนถ่ายทอดไปสู่นครหลวงเวียงจันทร์ มาตั้งแต่สมัยที่เป็นอาณาจักรล้านช้าง แล้วถ่ายทอดมายังอาณาจักรล้านนาประเทศไทย ส่วนวิชาราหูของทางหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา นั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากทางนครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาวเช่นกัน สำหรับพุทธคุณของ ราหูแกะจากกะลาตาเดียว สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร นั้นชาวลาวเชื่อกันว่าถ้าใครได้ครอบครองราหูแกะจากกะลาตาเดียวของท่านจะช่วยค้ำคูณชีวิตและครอบครัวตัวเองไม่ให้ตกต่ำ
นอกจากราหูกะลาแกะแล้ว ยังมีพระเครื่อง และเครื่องรางอย่างอื่นเป็นอาทิ เช่น พระปิดตามหาอุดกะลาแกะ ,พระปิดตาฐานผ้าทิพย์เนื้อผงทาทอง หลังจารอักระตัวธรรมลาว, พระสังกัจจายน์เนื้อผง ,พระเจ้า 5 พระองค์เนื้อผงคลุกรัก ,พระปิดตา 28 พระองค์เนื้อผงทาทอง หลังจารอักขระตัวธรรมลาว, พระพุทธซุ้มเรือนแก้วเนื้อผงคลุกรัก ทาทอง หลังจาร ,พระพุทธซุ้มปราสาทเนื้อผง ,พระนาคปรกเนื้อผง เป็นต้น และยังมีอีกหลายพิมพ์ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 50 พิมพ์ และอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะกรุดต่างๆ, เม็ดประคำเนื้อผงใบลาน ,งาแกะ ,เขี้ยวเสือ ,ผ้ายันต์ เครื่องรางจากของทนสิทธิ์ตามธรรมชาติ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่พระเครื่องของท่าน สาธุใหญ่จันเพ็ง จันทะสาโร เนื้อผงนั้น จะมีการคลุกรักทาทอง ด้านหลังจะมีรอยจารอักขระตัวธรรมลาวแทบทุกองค์ ซึ่งมีความเข้มขลังเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีบรรดาพวกพระพุทํธงาแกะ ปิดตางาแกะ ตะกรุด พระปิดตาเนื้อโลหะต่างๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ และเครื่องรางอื่นๆ อีกมาก
********
ปล.ขอกราบขอบพระคุณข้อมูล จาก :
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : พระเมืองปทุม ,เพจว่านจำปาสัก ศึกษาและสะสม
https://www.prapantip.com/shop/shop/100814/1/พระเมืองปทุม | [ ราคา ] ฿12,000 [ สถานะ ] ยังอยู่
[ติดต่อเจ้าของร้านเกจิน้อย พระเครื่องออนไลน์ ] เบอร์โทรศัพท์ : 081-4070684 | |
|