
อิ่มท้องที่ คลองสวน
และเมื่อพูดถึงเสน่ห์ของแปดริ้ว แน่นอนว่าคงไม่ใช่เมืองที่มีความใหญ่โตโอ่อ่า แต่เสน่ห์ของแปดริ้วกลับเป็นวิถีแห่งชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลือเช่นที่ ตลาดคลองสวน 100 ปี ตลาดเก่าเรียงรายด้วยห้องแถวไม้ชั้นเดียวอายุนับ 100 ปี หรือเรียกได้ว่าเป็นตลาดเชื่อมสัมพันธ์น้องพี่ระหว่างชาวบ้านโพธิ์ เมืองแปดริ้ว กับชาวบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งแต่เดิมคลองสวนเป็นเหมือนศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำเพื่อเดินทางจากภาคตะวันออกสู่กรุงเทพมหานคร และแม้ว่าทุกวันนี้ตลาดคลองสวนจะไม่คึกคักเหมือนก่อน ผู้คนที่นี่ก็ยังคงช่วยกันรักษาชีวิตของตลาดคลองสวนให้ดำรงอยู่
กาแฟโบราณแป๊ะหลีตัวจริงครับเข้ามานั่งพักให้เย็นใจก่อนใครมาคลองสวนแล้วไม่ได้กินกาแฟแป๊ะหลีก็เหมือนมาไม่ถึงคลองสวนนะครับ เสียงคุณตาวัย 70 กว่าปี เจ้าของ ร้านกาแฟโบราณแป๊ะหลี ที่ขายมากว่า 67 ปี ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าร้านด้วยหน้าตายิ้มแย้ม และเมื่อได้ลิ้มลองกาแฟของแป๊ะหลีก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังกับคำชวนเชิญที่ติดไว้หน้าร้านว่า กาแฟแป๊ะหลีตัวจริง ใครไม่ได้กินเหมือนมาไม่ถึงคลองสวน เพราะรสชาตินั้นหอม กลมกล่อม ยิ่งเป็นโกโก้ร้อนด้วยแล้วยิ่งเข้มข้น และที่สำคัญคือแป๊ะหลีชงเองเสิร์ฟเองถึงที่ทุกแก้ว
นอกจากกาแฟที่ดูจะคู่กันได้ดีกับตลาดแล้ว ที่คลองสวนยังมีของกินของฝากแสนอร่อยอีกมากมาย ทั้งขนมไช้เท้า ขนมไชโป๊ (จุ๋ยก้วย) ที่เจ้าของเขาใจดีมีให้ชิมกันหน้าร้าน ทั้งยังรับประกันความอร่อยชนิดถ้าไม่ถูกปากก็ไม่ต้องซื้อกันไป หรือจะเป็น หอยจ๊อนฤมล ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายทั้งปูธรรมดา บิ๊กปู และซูเปอร์ปู และที่ว่าตลาดแห่งนี้ยังมีชีวิตก็ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกินเพียงเท่านั้น ทุกอย่างที่นี่ยังคงเดินต่อไปเหมือนก่อนเก่า ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผมสมัยคุณตายังหนุ่ม ร้านขายยาสมุนไพรแบบมีลิ้นชักไม้ ร้านขายสารพันเครื่องจักสาน หรือจะเป็นร้านขายของชำประเภทมีทุกสิ่งให้เลือกสรร ทุกร้านที่คลองสวนยังคงมีคนเข้า-ออก มีคนซื้อ มีคนขาย ทุกร้านรวงยังคงมีลมหายใจของมัน
ล่องคุ้งน้ำแห่งมังกร
อิ่มท้องจากคลองสวนก็ต้องไม่ลืมที่จะแวะไป วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อกราบไหว้นมัสการ หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมน้ำบางปะกงในพระอุโบสถหินอ่อน หลังคาประดับเครื่องยอด มณฑปจัตุรมุขแบบไทย โดยพระอุโบสถหลังใหม่นี้เปิดให้เข้าชมได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น แต่ถ้าใครจะชมความงามและความยิ่งใหญ่ของพระอุโบสถหลังใหม่นี้อย่างเต็มตาเห็นทีจะต้องลงทุนซื้อตั๋ว เรือล่องลำน้ำบางปะกง ที่ท้ายวัด เพื่อล่องเรือมาถ่ายรูปกันถึงกลางน้ำเลยทีเดียว ซึ่งการท่องเที่ยวทางเรือก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมคุ้งน้ำบางปะกงที่เชื่อกันว่าเป็นคุ้งน้ำแห่งมังกรได้มากทีเดียว การท่องเที่ยวทางเรือในลำน้ำบางปะกงเริ่มจากท้ายวัดโสธรวรารามวรวิหาร ล่องผ่านแนวกำแพงเมืองโบราณ ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริ วัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ กลุ่มเรือนแพริมน้ำสมัยเก่า รวมทั้งร้านอาหารและร้านขายของชำ หรือที่ชาวบ้านเรียกจนติดปากว่า เซเวน-อีเลฟเวนกลางน้ำ นั่นเอง
